วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตะลอนทัวร์ Normandie episode 4 Etretat


สวัสดีท่านผุ้อ่านกันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานเนื่องจากข้าเจ้าติดภาระกิจฟิชโช่อีกแล้ว ก็คือข้าเจ้าติดสอบนะเอง วันนี้หลังปิดเทอมแล้วข้าเจ้าก็มีเวลาลุกขึ้นมาเขียนบันทึกการเดินทางกันอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้คงจะเป็นตอนสุดท้ายของการเดินทางมาเที่ยวในมลรัฐนอมังดี ซึ่งหลายคนบ่นว่ายังไม่จบอีกเหรอ จบแววจ้าตอนนี้หละจ้า เพื่อไม่เสียเวลาเราไปเที่ยวเมืองเอตโทรต้า Etretat กันเลย

*********************************************************************************
เมืองเอตโทรต้า  Etretat เป็นเมืองที่ทะเลถูกล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันที่สวยงามตามธรรมชาติราวภาพวาด จึงไม่แปลกใจเลยที่เอตโตรต้าเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่่าจิตรกรที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป้น Claude Monet ,Gustave Courbetซึ่งเป็นจิตกรที่มีชื่อเสียงในช่วงคริสตวรรษที่ 17  ต่างก็มาสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะที้มีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความงามเกี่ยวกับธรรมชาติแล้ว เอตโทรต้ายังมีซากของสงครามโลกครั้งที่สองให้ได้เห็น  เนื่องจากเอตโทรต้าเป็นจุดยุทธศาสตร์เป็นฐานทัพนาซี ที่คอยป้องกันการโจมตีจากฝ่่่ายสัมพันธมิตรทั้งทางน้ำ และทางอากาศ ณ จุดนี้เราสามารถมองเห็นเกาะบริเตรน (อังกฤษ)อยู่ลิบๆ หลังจากที่รุ้ข้อมูลคราวๆเราก็เริ่มการเดินทางไปกับชะนีแคระหัวใจอินเตอร์กันเลยค้า
   
วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยบรรยากาศเป็นใจ ท้องฟ้าเปิด เรามาถึงเอตโทรต้าไม่สาย เราก็เลยมีเวลาเดินดูข้าวของที่ระลึกในตัวเมืองกัน และก็แวะซื้อเสบียงเล็กน้อยก่อนเดินขึ้นหน้าผาชมความงาม สิ่งหนึ่งจะถือว่าเป็นกิจวัตรประจำของข้าเจ้าเลยก็ว่าได้ เวลาเดินทางไปเมืองไหนก็แล้วแต่ ข้าเจ้าจะต้องทำการซื้อโปสการ์ด แล้วก็เขียนข้อความส่งกลับไปหาตัวเองที่บ้าน พ่อแม่ และเพื่อนทุกครั้ง ดังนั้นข้าเจ้าจึงใช้เวลานานนับครึ่งชม.  ในเการเลือกโปสการ์ด  และที่เมื่องนี้ก็จะมีร้านรวงขายของที่ระลึก ร้านอาหารต่างๆมากมายเพราะที่นี่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ หลังจากที่แวะกินอาหารรองท้อง ซื้อเครื่องดี่ม โปสการ์ดเสร็จเรียบร้อยเราก้เตรียมตัวเดินขึ้นหน้าผากัน


ภาพวิวตัวเมืองเอตโทรต้าจากมุมสูง

กำลังเป็นนางเอกมิวสิค

จุดชมวิว



หน้าผา


 คุณผุ้อ่านอยากบอกว่าในการเดินขึ้นเขามาเพื่อที่จะมาชมความงามของเอตโทรต้าทำเอาข้าเจ้าหอบแฮก เหนื่อยมากขอบอก เพราะความที่เราเดินขึ้นเขามาเนี่ย ข้าเจ้ามีอาการวิ้งหูตลอด ยิ่งสูงยิ่งวิ้งมาก แต่หลังจากที่ข้าเจ้าบ่นโอดโอยตลอดทาง พอขึ้นมาเห็นวิวด้านบนของหน้าผาแววนี่ ขอบอกไอ้ความเหนื่อยที่เดินขึ้นมาเมื่อกี้ มลายหายไปหมด คุ้มจริงๆกับการเดินขึ้นมาหลายกิโล มันเหมือนว่าเราอยุ่บนสรวรรค์ อาจจะดุเว่อ แต่จริงวันที่เราเห็นท้องฟ้าที่ฟ้าสวยตัดกับผืนน้ำทะเลสีคราม แล้วหน้าผาสูงชันที่ตั้งตระหงานทอดตัวลงไปในท้องทะเล มันเหมือกับภาพวาดที่จิตกรเอกของโลกมาสร้างสรรค์ไว้ เพี่ยงแต่ว่ามันเป็นภาพวาดที่มีชีวิตนั่นเอง ข้าเจ้าเห้นแววทำให้ข้าเจ้ากับคิดว่านี่หละความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ แล้วเราเป้นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆไฉนเลยจะกล้าต่อกรกับธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ได้ หลังจากที่เรามาถึงยอดผาข้าเจ้าก็ทำการกดชัตเตอร์ เก็บภาพถ่่าย และก็ทำตัวเองเป็นนางแบบ ซึ่งได้ข่าววว่่าก่อนหน้านี้แทบจะหมดแรง แต่พอได้เห็นกล้องดิฉันจะกระโดดเอ็กท่าทันที่ ข้าเจ้าไม่เคยเหนื่อยกับการถ่่ายรูป 555 พี่ฝรั่งเศสก็จะงงเล็กน้อย พร้อมกับหัวเราะในการบ้าถ่ายรุปของชะนีแคระ แต่ข้าเจ้าก็หาได้อายไม่  หลังจากที่เราเก็บภาพวิวบนหน้าผา นั่งพักชมวิวพอให้หายเหนื่อย เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเราก็หยิบโปสการ์ดขึ้นมาเขียนด้วย พอหายเหนื่อย เราก็เดินเล่นบนหน้าผากันต่อสำรวจพื้นที่ไปด้วย บนหน้าผ้า เราก็จะเห็นซากบังเกอร์ของทหารเยอรมันซึ่งซ่อนอยุ่ตามจุดต่างๆ และก็ตอนนี้เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลลงข้าเจ้าจึงทำการเสี่ยงตายเดินลัดเลาะหน้าผาไต่บันไดลงไปด้านล่างหาดเพื่อเก็บภาพมาให้ท่านผุ้อ่่านได้ชมกัน สำหรับข้าเจ้าแอบเสียวเล็กน้อยตอนปีนลงบันได แต่ก็เพราะความอยากเก็บภาพริงไซค์ ทำให้เข้าเจ้าตะเกียกตะกายปีนลงมาจนได้ ถ่ายรูปสักพักใหญ่ เพื่อนหันมาบอกไปกลับขึ้นข้างบนได้แหละ โฮ ลงก็ว่าแย่นี่ต้องปีนกลับขึ้นไปอีก แล้วตรูจะลงมาทำไมเนี่ยครับพี่น้อง




ภาพวิวสวยยามเย็น

ภาพถ่ายด้านล่างที่ข้าเจ้าปีนบันไดลิงลงมาถ่่าย


 หลังจากที่เราเดินเล่นอยุ่นานบนหน้าผาจนพระอาทิตย์ใกล้จะตก ทำให้เรารุ้ว่าเราใช้เวลากับที่นี่นานมาก อย่างว่าความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับบ้าน กลับมาเผชิญความจริงของชีวิตกันอีกครั้งสำหรับความคิดของข้าเจ้าประทับใจหลายๆสิ่งในทริปเที่ยวนอมังดีครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นความงามของธรรมชาติ ความอบอุ่นและมิตรไมตรีของชาวฝรั่งเศสที่เราจะหาได้ยากในเมืองใหญ่อย่างปารีส พร้อมกับวัฒนธรรมของท้องถิ้นและก็อาหาร นอมังดีจึงเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวอีกทางเลือกหนึ่งของนักทอ่งเที่ยวสำหรับวันหยุดยาว ข้าเจ้าหวังว่่าบันทึกการเดินทางครั้งนี้คงจะเป็นแรงบันดาลใจ ประโยชน์และแหล่งข้อมูลสำหรับพี่ๆ เพื่อนๆมิตรรักแฟนเพลงทุกคนนะคะ สำหรับวันนี้ข้าเจ้าขอลาไปก่อน ขอบคุณสำหรับการติดตาม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า  เมื่อชะนีแคระทำตัวไฮโซบุกไปเล่นสกี ทำตัวชิวชิวที่สวิตเซอร์แลน และ เยือนเมือง Annecy เวนิสแห่งเทือกเขาแอลป์กันนะคะ



วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตะลอนทัวร์ Normandie episode 3 Honfleur

หลังจากที่ข้าเจ้าอยุ่ในภาวะเครียดอยุ่หลายวันกับการลุ้นผลสอบ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าแกเครียดเป็นด้วยเหรอ 555 ใช่ฮะข้าเจ้าเครียดๆ  ซึ่งเป็นเหตุให้ข้าเจ้าไม่ได้ทำอะไรเยยนอกจากกิน เที่ยวและนอน (มันมิใช่เครียดแววแต่มันคือคนเกียจคร้านนั่นเอง) และแล้ววันนี้ก็มาถึงเมื่อได้เห็นผลสอบของตัวเองแววก็อยากกรีดร้อง ว่าไหนที่สุดอาจารย์ก็เมตตตาหรือว่าแกคงอาจจะงงกับภาษาฝรั่งเศสเพี้ยนๆของข้าเจ้า คะแนนก็ออกมาดีเกินคาดจริงๆ  ว่าแล้วข้าเจ้าจึงลุกขึ้นมาดี้ด๊ามีแรงมาเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวขอตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่มีแฟนเพจได้ส่งข้อความว่ารอติดตามผลงานของข้าเจ้าอยู่ ( มีด้วยเหรอ แกจ้างมาหรือเปล่า)ทำให้ข้าเจ้าต้องลุกขึ้นมาจากปลัก และก็มาทำการเล่าเรื่องบันทึกการเดินทางกันต่อกับเมืองอองเฟลอกัน
      
  Honfleur เมืองอองเฟลอ อยุ่ไมไกลจากเมืองทรุฟวิว เราใช้เวลาเดินทางไม่นาน ถ้าขับรถนี้ก็จะประมาณ 40 นาทีก็ถึง ซึ่งเมืองอองเฟลอเป็นเมืองเล็กๆ น่ารักๆ มีกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส เป็นเมืองสวยงามดูอบอุ่นชวนฝันว่างั้นจริงๆ และที่สำคัญเปฺ็นเมืองที่ถ้าใครได้เดินทางมานอมังดีแวว ต้องแวะอองเฟลอไม่มานี่ถือว่าไม่ถึงนอมังดี จะว่าไปอองเฟลอนีเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ  และรวมถึงชาวฝรั่งเศสเองไม่น้อยที่จะต้องแวะมาเยี่ยมเยี่ยนกัน  วันนี้ข้าจ้าไม่ได้พาเที่ยวเฉยๆนะแต่วันนี้ข้าเจ้าจะพาท่านผู้อ่านได้เดินทางตามรอยละครดังกันประหนึ่งตามรอยซีรีย์ดังจากแดนเกาหู ไม่ใช่ เกาหลีกัน  วันนี้เราจะมาตามกลิ่นพี่ติ๊กเจษฏา กับกองละครแก้วตาพี่ (โฮ เก่ามากบ่งบอกอายุของคนเขียน 555) ถ้าใครที่ได้มีโอกาสเคยได้ดุละครเรื่องนี้ ก็จะมีหลายซีนหลายฉากที่เกี่ยวกับตัวเมือง วิวทิวทัศน์ ความสวยงามของอองเฟลอซึ่งการันตีได้ว่าสวยงามจริงๆ

บรรยากาศรอบตัวเมือง



ใจกลางเมืองอองเฟลอ



ก้าวแรกที่มาถึงเมืองนี้ก็ประมาณเกือบเที่ยงแวว ผุ้คนเยอะมากเพราะเป็นวันหยุดยาวของชาวฝรั่งเศส พี่ฝรั่งเศสก็จะจูงลูกเด็กเล็กแดงมาเที่ยวกัน แต่ข้าเจ้าก็พยายามที่จะเก็บบรรยากาศของตัวเมืองมาให้ได้ชม  ซึ่งไฮไล์สำคัญของที่นี่ก็คือตัวตึกบ้านร้านค้าต่างๆ นี่จะเป็นบ้านที่มีแค่ผนังติดกันซึ่งเป็นทีอเมซิ่งของชาวฝรั่งเศส ไม่ว่าใครไปใครมาต้องมาถ้ายรูปเก็บไว้ ถ้าพี่ฝรั่งเศสมาดูเทาเฮ้าส์บ้านเราก็จะบอกว่า โฮว อะเมซซิ่งไทยแลนด์ บ้านติดกันไม่มีรั้วมีแค่ผนังก้างกันระหว่างเราสอง มันช่างเป็นอะไรที่มหัศจรรย์จริงๆ555 อีกอย่างที่อองเฟลอ เมื่อร้อยกว่าปีก่อนประชากรส่วนใหญ่ก็จะมีอาชีพประมงเป็นหลัก ซึ่งเราจะเห็นเรือที่จอดตามท่าเรือมากมาย เค้าว่ากันว่าสมัยสงครามโลก ทหารเรือฝรั่งเศสส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านชาวอองเฟรอนี่ละค้า พูดง่ายๆว่าพอรบเสร็จแกก็ออกมาจับปลาต่อว่างั้นเถอะ  แต่หลังจากที่เมืองอองเฟลอถุกพัฒนากลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวก็จะมีร้านรวงต่างๆมากมาย และแต่ละร้านก็ตกแต่งน่ารักสไตล์นอมังดี  อีกอย่างที่สังเกตเห็นก็คือที่เมืองนี้จะมีร้านแกลอรี่ หรือเกี่ยวกับพวกศิลปะ ปฏิมากรรมเยอะมาก หลังจากที่เราได้มีโอกาสได้สอบถามกูรูเค้าอธิบายว่าเมื่อสมัยก่อนนี้ อองเฟลอเป็นเมืองที่สวยงาม เหล่าจิตกรที่มีชื่อเสียงมากมายได้เดินทางมาวาดภาพวาดเกี่ยวกับความงามของวิธีชีวิต ธรรมชาติ และชุมนุมพบปะกันที่นี่ดังนั้นเราจึงได้เห็นแกลเลอรี่มากมายที่อองเฟลอกัน 

ภายในร้านขายไวน์

ถังไวน์แอ็ปเปิล

บรรยากาศยามตะวันลับฟ้า

หลังจากที่เดินเที่ยวอยุ่ในอองเฟลอหลายชั่วโมงก็ถึงเวลาการชอปปิ้งของฝากก่อนกลับ สินค้าโอท๊อปที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของชาวอองเฟลอก็คือไวน์ แต่ไวน์ที่มีชื่อเสียงของอองเฟลอก็คือไวน์แอปเปิลซึ่งจะแปลกกว่าที่อื่น สาเหตุก็คือนอมังดีเป็นแหล่งปลุกแอ๊ปเปิ้ลที่ใหญ่ทีสุดของฝรั่งเศสนะ ช่วงที่ขับรถผ่านมาระหว่างทรูฟวิวก่อนจะถึงอองเฟรอเราจะเห็นไร่แอ๊ปเปิลมากมาย เค้าปลุกกันเป็นไร่ๆ  ดังนั้นไวน์แอ๊ปเปิล หรือน้ำแอ็ปเปิล รวมถึงผลิตภัณท์แปรรุปอื่นๆที่เกี่ยวกับแอ๊ปเปิลก็จะค่อนข้างมีรสชาติดีและมีคุณภาพ ดังนั้นเราจึงตรงเข้าร้านไวน์ ซัดไวน์แอ๊ปเปิลไป 3 ขวดเป็นของฝากกลับบ้านกัน ซึ่งราคาก็ไม่แพงตกขวดละ 10 กว่ายูโรเอง แต่ก่อนที่จะออกจากร้านข้าเจ้าชิมไวน์ไปหลายแก้ว จนเริ่มมึนๆ เพราะข้าเจ้าไม่ใช่แค่ชิมแต่ข้าเจ้าเอาอิ่มคะ

 ขอบคุณนะคะสำหรับการติดตามพบกันต่อในตอนหน้าวันนี้ลาละค้า









วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ตะลอนทัวร์ Normandie episode 2 Deauville

สวัสดีคะคุณผู้อ่าน

หลังจากที่อีเม้ย เอ้ยไม่ใช่ข้าเจ้าได้พามิตรรักแฟนเพลงไปเที่ยว Trouville กันแวว ครั้นจะไม่แวะเยี่ยมเมืองดูฟวิว (Deauville) ก็ดูเหมือนจะเสียเที่ยวจริงๆ เพราะทั้ง 2 เมืองนี้เปรียบประหนึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน เพี่ยงแค่มีแม่น้ำ Touque อยุ่กลางกัน ในวันนี้เข้าเจ้าจึงเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่ สิบเอ็ดโมงตรงพอดีบพอดี (ได้ข่าวจะเที่ยงแวว เช้าตรงไหน) เราใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็ถึงเมืองดูฟวิวแล้วแค่ก้าวข้ามสะพานเท่านั้นเอง



แม่น้ำทรุฟ (Touque)

เมืองดูฟวิวนั้นเป็นเมืองพักตากอากาศที่นิยมของเหล่าดารา ซุปเปอร์สตาร์ ไฮโซผุ้มีฐานะอันจะกินของชาวฝรั่งเศส เราจะเห็นได้จากตึกรามบ้านช่อง  โรงแรมระดับ 7 ดาว  ร้านรวงต่างๆ แบรนด์เนมมากมายที่นี่ ซึ่งราคาข้าวของที่นี่แพงอย่างไม่น่าเชื่อจริง เผลอๆ อาจจะแพงกว่าถนนชองเอลิเซ่ด้วยซ้ำไป รวมทั้งที่นี่ยังมีคาสิโนสำหรับเหล่าคนรวยมาใช้เงินอันเหลือกินเหลือใช้อีก ที่เค้าว่ายุโรปมีปัญหาวิกฤติทางเศรษกิจแต่สิ่งที่ข้าเจ้าเห็นผุ้คนมากมายทีใช้จ่ายเงินกันอย่างฟุ่มเฟือย อย่างว่าความเท่าเทียมกันมันไม่มีในโลกนี้ ไอ้ที่รวยก็รวยจนใช้ไม่หมด แต่ที่ยากจนไม่มีอะไรจะกินก็ค่อนโลก เฮ้อทำให้ข้าเจ้ารุ้สึกปลงขึ้นมาทันใด เอาเรามาต่อกันดีกว่่าเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ ข้าเจ้าก็แวะมาสถานที่ยอดฮิตที่ใครมาดูฟวิวต้องแวะมาเยี่ยมชมก็คือโรงแรมนอมังดี  (Normandie Hotel) ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของดุฟวิวกันที่เดียว  เพราะความสวยงาม มีเอกลักษณ์สไตล์นอมังดีแท้ และความโก้หรุ ถึงขนาดชาวฝรั่งเศสหลายคนใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งในชีวิตขอให้ได้มาพักที่โรงแรมนอมังดีสักคืน ทำไมนะเหรอ ก็โรงแรมนอมังดีเป็นโรงแรม 7 ดาวที่สุดแสนจะแพงมากๆ ข้าเจ้าแอบไปสืบราคามาให้ เอาเป็นว่าห้องพักที่ถูกที่สุด อารมณ์ไก่กามากตกคืนละ 550 ยุโร แม่เจ้า (1 ยูโร ประมาณ 42 บาท)เราก็นอนที่เก่าต่อไป 555
โรงแรมนอมังดี

บรรยากาศภายในตัวอาคารโรงแรมนอมังดี


หลังจากข้าเจ้าชมรอบตัวเมือง และเดินช็อปปิ้งดูข้าวของทำตัวไฮโซ เป็นคนมีฐานะ (ยากจน)เสร็จเรียบร้อยเราก็ไปเดินเล่นยามเย็น เก็บบรรยากาศชายหาดของเมืองดูฟวิวมาให้ได้ชมกัน นอกจากเมืองดูวิฟจะเป็นทีนิยมของชาวฝรั่งเศสแล้ว ยังเป็นที่นิยมของชาวอเมริกันอีกด้วย ดุได้จากตามชายหาดจะมีชื่อเหล่าดาราฮอลิวุ๊ดที่เคยมาเที่ยวที่นี่ ข้าเจ้าก็พยายามไปหาชื่อเหล่าดาราในดวงใจ  เอาวะถึงไม่ได้ถ่ายกับเจ้าตัว ป้ายชื่อก็ยังดี 555

บรรยากาศชายหาดยามเย็น

ป้ายชื่อดาราฮอลีวูด

คาสิโนเมืองดรูฟวิว
ดินเนอร์ชิวชิว

เมนูเด็ด

หอยแมลงภู่อบครีม

บรรยากาศหน้าคาสิโนเมืองดรูฟวิวตอนกลางคืน

แต่ก่อนจะลาจากกันในวันนี้ ข้าเจ้าขอตบท้ายด้วยการเข้าไปชมคาสิโนปิดท้ายสำหรับโปรแกรมในวันนี้สักหน่อย เดี่ยวเค้าว่าจะไม่ครบสูตร  ด้วยข้าเจ้าไม่ใช่นักเล่นแต่แค่อยากเข้าไปดูให้เห็นเป็นบุญตาว่าคาสิโนนี่มันเหมือนกะในหนังไหม  ข้าเจ้าตื่นเต้นหนักหนา พอได้เข้าไปก็อยากจะลองเล่นตุ้สลอตดุกะเค้าบ้าง เล่นไปเล่นมาเพลินค้า หมดตูดค้า สรุปคืนนี้กลับบ้านด้วยความเพลีย และกระเป๋่าฉีกไปตามระเบียบ


วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ตะลอนทัวร์ Normandie Episode 1 Trouville

หลังจากได้ฤกษ์งามยามดีหาเวลาว่างได้เสียที ข้าเจ้าก็ได้มีโอกาสมานั่งขีดเขียนบันทึกการเดินทางแบกเป้สะหายหลังกันอีกครั้ง  คราวนี้มีตอนที่ชื่อว่า นอมังดีนี่นี้ใครครอง (เอ๊ยเกี่ยวกันไหมเนี่ย) เชิญติดตามได้กันนะฮะ

 ***********************************************************************************
หวัดดีพี่น้องและผองเพื่อน

 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบกลางภาค หลังจากที่ข้าเจ้าอดตาหลับขับตานอนมาหลายเพลา ก็ถึงเวลาโบกมือบ๊ายบาย บอกลาโปรเฟสเซอร์ ( Professeur)แบกกระเป๋าสะพายกล้องเดินทางไกลไปนอมังดีด้วยอารมณ์ลั่่นล้าพร้อมกับวันหยุดยาวของชาวฝรั่งเศส กรุไปหละ ผลสอบเป็นไงกลับมาค่อยว่ากัน 555  เรามาเริ่มการเดินทางกันเยย
      นอมังดี (Normandie) เป็นมลรัฐทางตอนเหนือของฝรั่งเศส อยู่ไม่ห่างจากกรุงปารีสมากนัก การเดินทางก็แสนง่ายสะดวกสบาย ถ้าขับรถก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.กว่าๆก็ถึงแวว อารมณ์ประมาณกรุงเทพ -พัทยา 555 (พอจะนึกภาพออกกันชิมิ) นอมังดีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของชาวฝรั่งเศส และชาวต่างประเทศไม่น้อย  เนื่องจากเป็นเมืองชายท่าที่สวยงาม  มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น อาหารเลิศรส ไวน์อันแสนขึ้นชื่อ และมรดกสงครามโลกครั้งที่ 2  คุ้นๆ อารมณ์ประมาณคำขวัญจังหวัดยังไงยังงั้น  แหมพูดขนาดนี้ถ้าไม่ไปเยื่อนนี่ถือว่าตกเทรนด์ทีเดียว  นอกจากนอมังดีจะมีสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากมหานครปารีส เป็นสไตย์นอมังดีโดยแท้ที่ไม่เน้นความเป็นตึกสูงใหญ่ หรูหรา แต่มีสไตล์เฉพาะถิ่นจริงๆ  ทำให้บ้านเมืองนี้ดูแปลกตาสวยงามไปอีกแบบ  ทำไมนอมังดีถึงเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครังที่ 2  เคยได้ยินไหมกัยคำว่า  วันดีเดย์ (มิใช่วันมามากนะคะ) วันดีเดย์ ก็คือวันที่อเมริกาและกองทัพพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่ชายฝั่งนอมังดี และมีชัยเหนือเยอรมันนั่นเอง เราจึงเห็นซาก  และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 มากมายที่นี่  และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมนอมังดีมิขาดสายนั่นเอง  นอมังดีมีใช่เพียงแค่เป็นมลรัฐชายท่าธรรมดา แต่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมนต์เสน่ห์ที่น่าค้นหาและคุณค่าที่คุ่ควร (เอะยังไง)เรามาเริ่มการเดินทางในวันแรกกะเมือง ทรูฟวิว (Trouville) กันดีกว่า
ภาพวิวรอบตัวเมือง



ขบวนพาเหรดของชาวเมือง


เมืองทรูฟวิว เป็นเมืองชายท่าเล็กๆ อยุ่ในมลรัฐนอมังดี เมืองนี้เป็นเมืองที่ยอดฮิตขึ้นชื่อในเรื่องของชายหาดแสนยาวเหยียด  และก็อาหารทะเลเลิศรส ราคาไม่แพงเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวโดยแท้ ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนนะ ผุ้คนจะเยอะแยะ ขวักไข่วรถติดยาวเหยียดกันทีเดียว แต่ที่เราไปนี่เป็นหน้าหนาว (เอะแล้วหน้าหนาวแกจะมาทะเลเผื่อ  ใช่ แต่เราก็มิแคร์สื่อ หนาวแล้วทำไม 555 ) เผื่อไม่เสีียเวลาเราก็จะเดินชมเมืองถ่ายรุปเก็บบรรยากาศยามเช้าของเมืองทรุฟวิวมาให้ยลพร้อมกับชีวิตของชาวเมืองที่นี่ที่เน้นการประมง และธรุกิจท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ พุดถึงชายหาดแววที่นี่เค้าไม่เหมือนบ้านเมืองเรานะที่มีโต๊ะเก้าอีตั้งตามหาด  ส้มตำ และก็ข้าวเหนียวไก่ย่าง 55 เวลาเดินตามชายหาดแววเราก็นึกถึงชายหาดบางแสนบ้านเราเนอะ ว่าแววก็เปรี้ยวปาก  และอาหารที่นี่ถ้ามานอมังดีแววนี่เยยต้องกินนี้หอยแมลงภู่อบ แถวบ้านที่ตลาดสำโรง หอยแมลงภู่โลละ 20 บาท แต่ที่นี่หม้อละพันกว่าบาท มีหอยแมลงภู่อยุ่นิดหน่อย เห็นแววก็อยากจะกินเปลือกเข้าไปด้วยซะทีเดียว  อีกมนูที่มาแววต้องลองก้คือเครปต้นตำรับ อารมณ์ประมาณว่ามาหนองมลต้องกินข้าวหลามประมาณนี้เลยครับพี่น้อง ว่าไปแววข้าเจ้าจัดหนักยัดไปหลายสิ่งอันที่เค้าว่าอร่อย และก็อร่อยสมกะราคาคุยจริงๆ


หอยแมลงภู่อบ
ขนมวัฟเฟิลราดช็อคโกแลต


ตลาดอาหารทะเล


สรุปว่าหลังจากวันนี้เราเดินเล่นชมหาด และตลาดยามเย็น พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศสวยๆมาฝากท่านผู้อ่านกันก็เย็นค่ำพอดี งั้้นวันนี้ขอลากับไปนอนพักเอาแรงกันก่อน พบกันใหม่ในตอนหน้าค้า


สำหรับวันนี้สวัสดีคะ